hello there
image

จุดเริ่มต้นของเรา “Chivalry’s Story”
มาจากที่เราได้จัดงานแต่งงานของตัวเอง เราไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย และอยากประหยัดงบ ในมุมของเราคิดว่า

งานแต่งงานไม่จำเป็นต้องแพง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับงานเพียง 1 วัน”

หลายๆคนอาจจะพูดกันว่า .. แต่งงานครั้งเดียวน้อยกว่านี้ได้ยังไง.. ถูกต้องแล้วค่ะ แต่งงานครั้งเดียวน้อยไปก็ไม่ได้นะคะ น้อยไปก็จะดูไม่ใช้งานแต่งงานนะ แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณที่มากจนเกินไป เพราะ งานแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ เราไม่ควรที่จะเป็นหนี้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะ

ทางเราจึงได้หา เช่า และทำ พร๊อพ อุปกรณ์ Backdrop มาใช้ในงานแต่ง โดยที่เราไม่ได้จ้าง Organize ให้มาช่วยในการออกแบบและตกแต่งสถานที่เลย พวกเราลงมือทำกันเองทั้งหมด ซึ่งเป็นงานที่เราภูมิใจมากๆ และประหยัดงบไปได้มากจริงๆ

พวกเราจึงอยากจะมอบสิ่งดีๆแบบนี้ให้กับว่าที่คู่บ่าวสาวทุกๆคู่ ในการจัดงานแต่งที่สมบูรณ์แบบ และไม่เปลืองงบค่ะ

ทำไมต้องชื่อ Chivalry’s Story


ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราเพิ่งได้รู้จักกับเพลงสากลเพลงนึงของ Trevor Wesley ชื่อเพลง “Chivalry is Dead” ซึ่งชื่ออาจจะฟังแล้วแปลก แปลว่า อัศวินทั้งหลายได้ตายจากไปหมดแล้ว..


And they say chivalry is dead
Girl let a real man pick up the slack
And treat you with respect, yeah


เขาว่ากันว่า อัศวินทั้งหลายได้ตายจากไปหมดแล้ว
โอ้แม่สาวน้อย ให้สุภาพบุรุษอย่างผมได้สานต่อหน้าที่ของพวกเขาเถอะ
ผมจะดูแลคุณด้วยความเคารพ..


ฟังแล้วละลายไปเลยค่ะ เป็นเพลงที่น่ารักแล้วอบอุ่นมาก พวกเราเลยชอบคำว่า “Chivalry” มากๆ
และเราอยากจะแบ่งปันข้อมูล เรื่องราวดีๆ ให้กับว่าที่คู่บ่าวสาวทุกๆคู่ หรือท่านที่มีแพลนจะแต่งงาน จึงใช้คำว่า “Story”

จึงรวมกันเป็น “Chivalry’s Story” (ชีวารีส์ สตอรี่)

 

 

 

 


xoxo 
kaimook and nut

image
Powered by MakeWebEasy.com